วันศุกร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2556

เคล็ดลับน่ารู้สำหรับการตกปลาน้ำจืด




สวัสดีครับในฉบับนี้ผมก้ได้นำเอาเรื่องของ..เคล็ดลับน่ารู้สำหรับการตกปลาน้ำจืดมาฝากกันครับ
.การตกปลาเกล็ดรูปแบบหลักๆอาจคล้ายกันแต่กรรมวิธีบางอย่างอาจต่างกัน เนื่องจากสภาพแวดล้อม ภูมิอากาศ สภาพหมาย ต้องเรียนรู้ด้วย  ตนเองเท่านั้น ..ผมก็แค่แนะเป็นแนวทาง...
..ก่อนเริ่มซื้ออุปกรณ์ มาทำความรู้จักปลาเกล็ดเสียก่อน ..

ปลาเกมส์ตามบ่อตกปลา
ปลาเกล็ดปลาเกมส์ที่พบเห็นได้ทั่วไปตามบ่อตกปลาบ้านเราส่วนมากจะเป็น ปลานิล ปลานิลทับทิม ปลาตะเพียนขาว ปลายี่สกเทศ ปลานวลจันทร์เทศ ปลาในเทศ(ปรกติเรียกเพียงแค่ ปลายี่สก ปลานวลจันทร์ ปลาใน ) ปลาเฉา ปลาเล่ง ปลาซ่ง ปลาแรด ปลาเพี้ย ปลาเปคู เท่านั้น

... ปลาเกล็ดเป็นสัตว์น้ำที่โดยทั่วไปชอบกินพืชในน้ำ ตะใคร่น้ำ ซากพืช เป็นอาหาร และอาหารพวกสิ่งมีชีวิตเล็กๆในน้ำ แมลงต่างๆ เครื่องในสัตว์คาวๆ ใส้เดือน กุ้ง หอย ไข่ปลาตัวอื่น หรือซากสัตว์ มันก็ชอบพอๆกัน
ปลาเกล็ดตามบ่อเลี้ยงทั่วๆไปจะถูกเลี้ยงด้วยอาหารประเภทหัวอาหาร รำ เศษผัก แต่ตามฟิชชิ่งปาร์คมักไม่ค่อยได้ให้อาหารมากนัก
สภาพอากาศ มีผลต่อวิถีชีวิตของปลาเกล็ดมาก ปลาเกล็ดจะใวต่อสิ่งแวดล้อมรอบๆตัว เสียง อุณหภูมิ คลื่นลม สภาพอากาศ สภาพน้ำ มีผลกับพฤติกรรมการกินอาหารของปลามากๆ
ในการตกปลาเกล็ด เหยื่อที่เรานิยมจึงหนีไม่พ้นอาหารประเภทรำ หัวอาหาร แป้งผสมต่างๆ กุ้ง ใข่มด ใส้เดือน หนอนน้ำ ซึ่งหาได้ไม่ยาก ซึ่งขอแนะนำเหยื่อจำพวกรำผสมต่างๆ ตามสูตรใครสูตรมันเท่านั้น หรือซื้อเหยื่อปลาเกล็ดสำเร็จรูปตามร้านตกปลา ก็เป็นทางเลือกที่ดี เมื่อได้มาแล้วก็นำมานวดกับน้ำให้นุ่มหรือเกือบเหลวใช้หุ้มที่ตัวเบ็ด เรียกว่าเหยื่อนวด เพื่อใช้ตกปลาเกล็ด ซึ่งดูจะเป็นเกมส์กีฬาตกปลาที่สมน้ำสมเนื้อกันหน่อย ถ้าใช้เหยื่อพวกกุ้งหรือใส้เดือน ไข่มด ปลากินไวกว่า ง่ายกว่าแน่นอน แต่มันจะหมดความท้าทาย

เริ่มต้นกับอุปกรณ์ ....คันชิงหลิว

เสน่ห์และอรรถรสของการตกปลาเกล็ดคือความเงียบสงบ การรอคอย ความเรียบง่าย การใช้อุปกรณ์ที่เรียบง่าย คันชิงหลิวดูจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับผู้ไฝ่หาเกมส์กีฬาตกปลา คันชิงหลิวที่พบเห็นในบ้านเรามีอยู่สองแบบคือคันหลิวหยกปลาช่อน และคันชิงหลิว คันหลิวหยกจะมีห่วงโลหะที่ส่วนปลายคันไว้ผูกสาย ท่อนประกอบแต่ละท่อนยาว มีจำนวนท่อนน้อยกว่าท่อนประกอบคันชิงหลิว เน้นที่แรงงัดเป็นสำคัญไม่เหมาะสำหรับการใช้กับปลาเกล็ดทั่วๆไป
คันชิงหลิว จะมีใหมที่ปลายคันใว้ผูกสายเอ็นตกปลา เลือกใช้โดยเลือกความยาวเป็นหลัก ส่วนมากที่มีขายคือ 1.8 m / 2.1 m / 2.7 m / 3.6 m /4.5 m / 5.4 m เป็นต้น คันชิงหลิวเป็นคันตกปลาเกล็ดที่มีใช้กันมานาน มีคุณสมบัติในด้านความอ่อนช้อยของคันเพื่อซับแรงตอนต่อสู้กับปลาเกล็ด
คันชิงหลิวบางคันเน้นให้คุณสมบัติในเรื่องแรงงัด (แต่ยังน้อยกว่าคันหยก) และบางคันเน้นคุณสมบัติที่ความใวในการตวัดคัน ส่วนมากราคาไม่แพง แนะนำให้ใช้อย่างยิ่ง ถูกตังส์มากๆ คุ้ม
วิธีใช้ตอนวางเหยื่อจะใช้การ โยนเหยื่อ ดีดเหยื่อ ทอยวางเหยื่อ และตอนวัดคันเบ็ดจะใช้การยก หรือตวัดค้าง เนื่องจากคันเบ็ดชนิดนี้มีแรงดีดสูงมาก การส่งแรงจากวัดด้ามคันเพียงนิดเดียวจะทำให้ปลายคันชิงหลิวสะบัดอย่างแรง

------------------------------
เริ่มต้นด้วย...ชุดสปินนิ่ง

เป็นการตกปลาเกล็ดโดยใช้วิธีการตก ใกล้เคียงกับการตกปลาเกล็ดด้วยคันชิงหลิว ที่เหมือนกันคือการหุ้มเหยื่อนวดที่ขอเบ็ด และเทคนิคปลายสายบางแบบ แต่วิธีการหรือเทคนิคบางอย่างอาจเรียกได้ว่าแตกต่างกัน เนื่องจากคุณลักษณะของอุปกรณ์ และเป้าหมายที่ต้องการนำไปใช้ ซึ่งจากที่รู้ๆกันก็คือ มันถูกดัดแปลงมาจากการตกชิงหลิวที่มีข้อจำกัดในการวางเหยื่อระยะไกลๆ และการต่อสู้กับปลาขนาดใหญ่ เปลี่ยนมาใช้ชุดสปินนิ่งแทน ก็ต้องยกความดีความชอบให้กับทุกท่านที่พัฒนามันขึ้นมา ก็ได้เรียนรู้จากทุกท่านที่นำมาเผยแพร่ และก็มาเผยต่อๆกัน ดีจริงๆ ตอนนี้ถูกใช้กันแพร่หลายและบางที่ถูกปรับเปลี่ยนวิธีการจนแยกต่างจากการตกชิงหลิวอย่างสิ้นเชิง แต่ในที่นี้ กระทู้นี้แนะนำเพียงวิธีการตกแบบปลายสายชิงหลิว เพราะฉะนั้นวิธีการจึงเกือบเหมือนกันทุกประการ เพียงแต่เปลี่ยนจากคันชิงหลิวมาใช้ชุดสปินนิ่งเท่านั้น การตกด้วยอุปกรณ์ชุดสปินนิ่ง เรียกตามคนอื่นคือ วิธีการตกสะปิ๋ว

การเลือกใช้ชุดสปินนิ่ง.. สะปิ๋ว


...ในการเลือกใช้ชุดสปินนิ่ง จะให้ความสำคัญกับการเลือกคันสปินนิ่งมากกว่ารอกสปินนิ่งเพื่อตกปลาเกล็ดตามบ่อตกปลา เนื่องจาก ปลาเกล็ดตามบ่อตกปลาเมื่อถูกวัดขอเบ็ดติดปาก สปีดต้นจะรุนแรงมากๆ ในปลาบางชนิดเท่านั้นแต่ระยะทางที่สายเอ็นถูกลากออกไปไม่ได้มากมายอะไร การปรับเบรกของตัวรอก เพื่อชลอการไหลออกของสายเอ็น จะถูกเพิ่มแรงหนืด จากการเสียดสีของไกด์และองศาปลายคัน และเพิ่มแรงต้านออกของสายเอ็นด้วย power ของคันเบ็ด รอกเป็นเพียงตัวเก็บสายเท่านั้น
..แอคชั่นและ power ของคันเบ็ดคือตัวแปรสำคัญที่จะบังคับทิศทางปลาและการเอาชนะแรงพยศ เมื่อคันมี power อ่อนเกินไป การบังคับทิศทางให้ปลาอยู่ในการควบคุมและการเก็บสายเอ็นเข้าตัวรอก ทำได้ยากมากๆ แรงต่อสู้ของปลายืนระยะได้ยาวกว่านานกว่าถ้าคันอ่อนเกินไป อีกทั้งโอกาศที่สายเอ็นจะขาดหรือไม่ขาด ก็สามารถกำหนดด้วยคุณสมบัติของแอคชั่นและ power ของคันได้ ในการเริ่มต้นใช้คันสปินนิ่งเพื่อตกปลาเกล็ด แนะนำคันยาว 5-6 ฟุตก่อนเพื่อตกปลาบ่อ

-----------หมายเหตุ----------------
คุณสมบัติของคันเบ็ดสปินนิ่งจะมองได้ 4 ลักษณะ คือ
- taper ความหนาของเนื้อแบลงค์ และส่วนทำให้เกิด action ความโค้ง จากกรรมวิธีการพันวัสดุให้เป็นคันเบ็ดขึ้นมาให้เราใช้
- action กำหนดความโค้งของส่วนปลายคันเบ็ด เป็นตัวบอกรู้ว่าคันตวัดได้ไวแค่ใหนจากความโค้งอ่อนตัวของคันเบ็ด เช่น แอคชั่น fast เมื่อต้องวัดคันในระยะเหยื่อไกลๆ ย่อมทำให้ขอเบ็ดฝังแรงลึก และรวดเร็วกว่าคันแอคชั่น slow (ตามรูปด้านล่างแสดงแอคชั่นต่างๆของคันเบ็ด)
- power lift แรงงัดของคันเบ็ด กำหนดขนาดสายเอ็นที่คันเบ็ดทนได้สูงสุดคันไม่เสียหาย
- responsible หรือ sensitivity การรับรู้ความรู้สึกของคันเบ็ด การสั่นสะเทือนตอบสนองให้ความรู้สึก ได้มาจากลักษณะของวัสดุที่นำมาทำคันเบ็ดและกรรมวิธีผลิตคันเบ็ด
**---เป็นการสรุปตามความเข้าใจของผมเองจากที่ได้อ่านมา ผิดพลาดก็ขออภัยครับ เพราะหลายสำนักให้ความเห็นไม่ตรงกัน-----**

วิธีเลือกใช้คันสปินนิ่งของผมคือ

- ดูที่ความยาวที่เหมาะสมกับตัวเอง และบางครั้งต้องคำนึงถึงสภาพบ่อด้วย คันท่อนเดียวจะดีกว่าที่ความยาวไม่เกิน 7 feet (ใช้คันสองท่อนก็ดี แต่ถ้าเลือกได้มีที่เก็บพกพาไปได้ เลือกท่อนเดียวดีกว่า)
- ดูที่สเปคของคันกับการรับขนาดสายเอ็น ส่วนมากเลือกใช้ที่ขนาดระบุ 4 lbs. - 8 lbs.
- ดูที่ลักษณะไกด์ และขนาดไกด์ทิปทอบตัวปลายสุดให้วงกว้าง กันใลน์สตอปเปอร์สะดุด
- ลองทดสอบดูแอคชั่นความโค้งคัน เช่นสะบัดแรงๆ (ระวังด้วย)
- เลือกดูความเรียวเล็กและน้ำหนักคันเบา
- ความใวตอนคันคืนตัวตอนสะบัดทดลอง
........ วัสดุที่ใช้ทำคันเบ็ด มันจะเป็นตัวบ่งบอกหลายๆอย่าง ตามที่กล่าวมาทั้งหมด..*

........ สมมุติถ้าจะถามตามหลักการ แล้วเราต้องการคันเบ็ดแบบไหนกันแน่เพื่อตกปลาเกล็ดแบบสะปิ๋ว ผมคิดเอาเองว่า เราต้องการ slow action หรือที่เราคุ้นเคยว่า ultra light tackle ซึ่งคันจะมีความโค้งตั้งแต่โคนคันแบบพาราโบลิค แต่ก็ต้องมี power lift ขนาด ต่ำปานกลาง
ซึ่งเท่าที่มีขายจะเป็นคันขนาด แอคชั่นปานกลาง 6-10 lbs. ขนาด 6-9 ฟุต จะใช้ครอบคลุมขนาดปลาบ้านเราที่สุด แต่ไม่จำเป็นที่จะต้องมี การตอบสนองความรู้สึก(responsible)ของคันที่ดี หรือต้องใช้วัสดุกราไฟต์ดีๆ ไม่จำเป็น
ผมไม่ได้บอกว่าคันสปินนิ่งตกสะปิ๋วจะต้องเป็นคัน ultra light
.... เพียงแต่อยากได้คันสปินนิ่ง ที่มีแอคชั่นแบบอุลตราไลท์ แต่ต้องมีแรงงัดขนาดแอคชั่นปานกลาง( รับขนาดสายเอ็น 6-10 lbs.test ) และคันยาวๆเพื่อส่งเหยื่อใกลๆ ..มันยุ่งยากมาก หลายคนจึงหาคันแอคชั่นโค้งทั้งคันตั้งแต่โคนคัน แต่ยาวๆ เพื่อแรงงัดสูงหน่อย มาบิวท์เป็นคันสะปิ๋ว

......ส่วนรอกสปินนิ่ง ขนาดเดียวกับคัน คือ 4 lbs- 8 lbs. ซึ่งมีขายทั่วไปหลายคุณภาพ แค่เพียงการปรับเบรกเหมาะสม ตัวเบรกของรอกพอใช้ได้ เก็บสายได้ไว น้ำหนักตัวรอกเบา ทางเดินสายเอ็นตั้งแต่สปูนออกที่โรลเลอร์ราบรื่นไม่มีส่วนใดทำลายผิวสายเอ็นได้ แค่นี้ก็เพียงพอ รอกราคาถูกๆตัวไม่กี่บาทก็นำมาใช้งานได้กับการตกปลาเกล็ดทั่วๆไปอย่างเช่น ปลานิล ปลาตะเพียน
แต่ถ้ามีปลาเกล็ดขนาดใหญ่ๆชุกชุมก็ขยับคุณภาพรอกเป็นระดับปานกลางได้ เพียงแต่ปรับเปลี่ยนสภาพตัวเบรก(drag) ให้เนียนๆ ก็ใช้ได้ดีแล้วครับ เรื่องความแข็งแรงของตัวรอกแทบจะไม่จำเป็น ในเมื่อสายเอ็นที่ใช้กับการตกปลาเกล็ดบ่อส่วนมากอยู่ที่ 4 lbs. - 8 lbs. เฟืองขับเฟืองส่ง ในตัวรอกคุณภาพพอใช้ได้ทนทานได้สบายๆ
แต่ถ้าชอบของดีมีสกุลก็ซื้อไปเถอะครับ น่าภูมิใจ ใครๆก็ชอบของมีคุณภาพ ถ้ารักจะเล่นปลาเกล็ดไปตลอด แม่นบ่

วิธีใช้งาน
....โดยการปรับเบรกที่ตัวรอกสปินนิ่งไว้ล่วงหน้า ขนาดน้ำหนักเบรกที่ถูกปรับที่เหมาะสมจะดูได้ตอนวัดหวดคันเบ็ดแต่ไม่ติดปลา สปูนจะฟรีออก ชุดสายหน้าจะกระเด็นกลับมาไม่เร็วรุนแรงมากนัก ลองปรับแล้วมือดึงสายออกดู ต้องพอมีแรงตึงมือนิดหน่อย
ถ้าปรับเบรกหนักกว่านี้ หากวัดหวดคันเบ็ดติดปากปลา โอกาศที่ขอเบ็ดหลุดจะมีสูงมาก การวัดคันสะปิ๋วค่อนข้างจะรุนแรงในบางจังหวะ เช่นการส่งเหยื่อระยะห่างฝั่ง จำเป็นต้องหวดคันฟาดขึ้นใวๆให้ขอเบ็ดฝังลึก และถ้าปรับเบรกมากเกิน ชุดสายหน้าอาจปลิวกลับมาหาเรา หลบไม่ทันก็หางทุ่นปักหน้าผาก เสียวดี
อุปกรณ์ประกอบปลายสาย อุปกรณ์ตัวช่วยที่จำเป็น

- สายเอ็นตกปลา monofilament ขนาด 2 lbs. / 4 lbs. / 6 lbs. / 8 lbs. / 10 lbs. /12 lbs. / 15 lbs. เลือกเอาครับ แต่ควรมี 6 lbs. , 8 lbs. และ 10 lbs. ติดตัวใว้ก่อน เพราะเป็นขนาดกลางๆ ใช้กับปลาบ่อทั่วไปได้ดี

- ขอเบ็ดตูดแบน เลือกแบบก้านสั้น หน้ากว้าง ดูจะถูกโฉลกกับปลาเกล็ดดี แต่ถ้าชอบแบบอื่นก็ได้ครับ ลองดู ถ้าเทียบยี่ห้อกามากัตสุ เลือกใว้ตั้งแต่เบอร์ 3-9 ติดตัวใว้ ถ้าประหยัดตังส์ ก็เลือกใช้เบอร์ 7 chinu ครอบคลุมกับขนาดปลาบ่อทั่วไป เน้นตกปลาโดยขอเบ็ดฝังในปากครับ (เปรียบเทียบกามากัตสุเพราะส่วนใหญ่ชอบใช้กัน )
- ลูกหมุน แบบกระปุก หลายๆขนาด

- ตะกั่วแผ่น ถ้าไม่มี ใช้ตะกั่วฟิวส์ , ตะกั่วเม็ดเล็กๆหรือตะกั่วหนีบเล็กๆ
;ถ้าใช้ทุ่นจีนยาวๆ แนะนำใช้ตะกั่วแผ่นครับ ปรกติจะมีแถมในชุดปลายสายที่มีขายเป็นแพ็คมาจากจีน ชุดละไม่กี่บาท แต่ถ้าหาไม่ได้จริงๆ ลองเข้าร้านสังคภัณฑ์ ใช้ตะกั่วแผ่นที่นำมาทำตะกรุด ตีให้บางๆ ตะกั่วแผ่นตกปลาปรกติหนาประมาณ 200 - 300 micron ( 0.2-0.3 mm.) เท่าขีดของ มิลลิเมตรในไม้บรรทัดอะคับท่าน......ละเอียดยิบเลย พ่อคุณ!!

- สตอปเปอร์สำเร็จรูป เลือกขนาดเบอร์ s , m และอาจมีไส้ไก่จักรยานหรือท่อเสียบสำเร็จรูปที่วางขายตามร้านอุปกรณ์ตกปลาเพื่อใว้สำหรับเสียบทุ่นชิงหลิวแบบตีนทุ่นเป็นใหมเสียบ ไม่ควรใช้หนังยาง มันรูดง่าย จะใช้มัดเงื่อนก็ได้ แต่ถ้าเราเริ่มต้น แนะนำสตอปเปอร์สำเร็จรูปดีกว่า ง่าย ไม่เสียเวลา 5-10 บาทเอง

- ทุ่นชิงหลิว เลือกติดตัวใว้ซักสี่ขนาด คือขนาด เล็กมาก เล็ก กลาง ใหญ่ กะดูด้วยสายตาตัวเองก็ได้ มันไม่มีมาตรฐานเบอร์มาเปรียบเทียบ จะเลือกแบบตีนทุ่นเป็นลูกหมุน หรือตีนทุ่นเป็นใหมมีตัวเสียบก็ได้ครับ ลองใช้ดูเองก่อน

- เหยื่อรำผสม หรือเหยื่อปลาเกล็ดสำเร็จรูป

- สวิงตกปลา เลือกแบบตาห่างๆ มีขายตามร้านตกปลา ถ้าแบบตาถี่ๆ ขอเบ็ดชอบเกี่ยว แกะออกยากเสียเวลามาก

- กระชังขังปลา มีหลายแบบให้เลือกมากๆ

- ภาชนะผสมเหยื่อ ซักสองอัน เอาใว้ผสมเหยื่อนวดอันนึง อีกอันนึงเอาใว้ใส่น้ำผสมเหยื่อนวดหรือล้างมือ อาจไม่ต้องซื้อ เอาขันตักอาบน้ำที่บ้านมาใช้ก็ได้ อิอิ

- ผ้าเช็ดมือ,ปิดขันเหยื่อนวด เพื่อป้องกันเหยื่อแห้งรวมทั้งสิ่งไม่พึงประสงค์ภายนอก

- ร่มกันแดด มีใว้ติดรถก็ดีนะ มีทั้งแบบขนาดใหญ่ กลาง(ขนาดที่แคดดี้ถือตามสนามกอล์ฟ)

- แว่นกันแดด สำคัญมากๆ ลืมอะไรพอได้แต่อย่าลืมแว่น ทั้งป้องกันสายตา กันฝุ่น ปิดบังสายตาตอนแอบเหล่คนที่ได้อัดปลาบ่อย แอบมองเหยื่อคนอื่นและสาวๆ ฮี่ๆๆ แล้วยังก้มหน้าก้มตาปิดบังตอนตาป่าม.. แห้ว ด้วยยยย ฮ่าๆๆ

- ที่วางคัน มีขายทั่วไปครับ ทำเองก็ได้

- เก้าอี้นั่งตกปลา หรือเบาะรองนั่ง หรือเสื่อก็ได้ พยายามให้ก้นสุขสบายที่สุดเพราะเราต้องนั่งทั้งวัน ถ้าที่นั่งไม่ดีปวดหลังปวดก้นน่าดู

- กรรไกรตัดสายเอ็น กรรไกรตัดเล็บ มีดคัทเตอร์

- กระเป๋าหรือกล่อง ใส่ของทุกอย่างที่ว่ามา
การใช้เหยื่อนวด

ลักษณะของเหยื่อนวด
เป็นเหยื่อที่มีส่วนประกอบจากรำเป็นหลัก แล้วนำส่วนประกอบอื่นๆใส่เข้าไป ให้ปลากินได้ ปลาชอบ มีประโยชน์ต่อตัวปลาเอง เหยื่อเหล่านี้ ผมมองได้เป็นสามลักษณะ คือ หัวอาหารสำเร็จรูปเหยื่อตกปลาเกล็ดสำเร็จรูป และนักตกปลาเกล็ดปรุงขึ้นมาใช้เอง....ไม่รวมเหยื่อยืม เหยื่อขโมยเพื่อนคนข้างๆ .....

หัวอาหาร..... ใช้ในเชิงอุตสาหกรรมการเลี้ยงปลาอาชีพ ให้เกษตกร สำหรับเลี้ยงปลาทุกชนิด ทั้งปลาหนัง ปลากินพืช มีลักษณะเป็นเม็ด เป็นแท่ง แต่นักตกปลามักนิยมใช้กันมาก เพราะยังไงปลาก็กิน มีข้อเสียอย่างเดียวคือกลิ่นแรงติดมือ วิธีนำมาใช้ โดยนำหัวอาหารสำเร็จ หัวอาหารปลาดุก หัวอาหารปลากินพืช มาบดละเอียดจนเป็นผงนำมาผสมน้ำแล้วนวดจนใช้การได้ จึงนำไปหุ้มขอเบ็ดตกปลาเกล็ด
-------------------------
....ตัวอย่างส่วนผสมเพื่อทำเป็นหัวอาหารสำหรับเลี้ยงปลานิล...
- ปลาป่นอัดน้ำมัน 12 เปอร์เซนต์โดยน้ำหนัก
- กากถั่วลิสง 5 เปอร์เซนต์โดยน้ำหนัก
- รำละเอียด 42 เปอร์เซนต์โดยน้ำหนัก
- ปลายข้าวหรือมันเส้นบด 40 เปอร์เซนต์โดยน้ำหนัก
- พรีมิซ์ *
ตัวอย่างส่วนผสมหัวอาหารปลาดุกแบบลอยน้ำ
- ปลาป่น 15 เปอร์เซนต์โดยน้ำหนัก
- กากถั่วเหลืองไม่อัดน้ำมัน 21 เปอร์เซนต์โดยน้ำหนัก
- ปลายข้าว 21.7 เปอร์เซนต์โดยน้ำหนัก
- รำละเอียด 15 เปอร์เซนต์โดยน้ำหนัก
- มันเส้น 10 เปอร์เซนต์โดยน้ำหนัก
- น้ำมัน 1 เปอร์เซนต์โดยน้ำหนัก
- ขี้ไก่ 15 เปอร์เซนต์โดยน้ำหนัก

*** หลักการให้อาหารปลา โดย บุญชัย กิจสัมฤทธ์โรจน์ ****

-----------------------

เหยื่อตกปลาสำเร็จรูป....ถูกผลิตขึ้นมาวางจำหน่ายตามร้านตกปลาทั่วไป โดยใช้รำเป็นหลัก มีหลากหลายยี่ห้อ โดยจะระบุชนิดของปลาใว้ที่หน้าซอง ส่วนมากระบุว่าตกปลาเกล็ด แต่บางยี่ห้อดันระบุ ตกได้ทั้งปลาหนังและปลาเกล็ด !!!! งงครับ
เท่าที่เห็นมา เหยื่อสำเร็จรูปจะมี เหยื่อหอมคนตกปลาก็ชอบ เหยื่อหัวอาหารมาบดแล้วผสมตัวอื่นๆเข้าไป หัวอาหารหลักที่นำมาบดมีหลายชนิด หลายอย่าง เหยื่อหมัก จะทำสูตรอาหารขึ้นมามีรำเป็นหลัก นำมาหมักให้มีกลิ่นเปรี้ยว หรือหมักนานๆจนมีกลิ่นสาบ ขนมปังขายทั่วไป ใช้ร่วมกับเหยื่อหอมได้ดี และถ้านำมาอบแห้งแล้วปั่นบดจะเป็นส่วนผสมของเหยื่อตกปลาเกล็ดสำเร็จรูปที่นิยมกันมากทีเดียว เนื่องจากมีคุณสมบัติเหนียวเกาะตัวดี ตัวอย่างเหยื่อสำเร็จรูปแบบหอม เช่นเหยื่อเหมย


เหยื่อสารพัดสูตร เป็นเหยื่อทำขึ้นมาใช้กันเอง หาดูได้จากเวบตกปลาทั่วไป หนังสือตกปลา ในการทำเหยื่อใช้เองบางครั้งก็เป็นความสุขแบบนึง และถ้าปลาชอบกินเหยื่อที่เราคิดค้นทำขึ้นมาเอง จะภูมิใจมากๆ บางทีทำขายจำหน่ายเป็นรายได้เสริมก็เห็นมาเยอะ ส่วนมากไม่ยอมบอกสูตรกันง่ายๆ เราต้องทดลองค้นหากันเอาเอง จับจุดให้ได้ก่อนว่าปลาแต่ละชนิดชอบเหยื่อลักษณะใหน ปลาบางชนิดชอบเหยื่อกลิ่นหอม ปลาบางชนิดชอบหอมเปรี้ยว บางชนิดชอบกลิ่นหมักสาบๆ บางชนิดชอบกลิ่นคาวๆ แต่มันก็ไม่แน่นอนเสมอไป ธรรมชาติมักไม่ค่อยมีกฎเกณฑ์ครับ แต่ปลาบ่อถ้ามันคุ้นเคยกับการกินอาหารตัวใหนแบบใหน มันก็กินแบบนั้น ตัวเลือกมีไม่เยอะ อาหารธรรมชาติไม่ค่อยมี ถ้าเราเลือกเหยื่อที่ทางบ่อนำมาเลี้ยงก็ทำให้มีโอกาศได้ตัวบ้างเหมือนกัน

วิธีใช้เหยื่อ เพื่อตกปลาเกล็ด การอ่อยเหยื่อ
ไม่อ่อยได้หรือเปล่า? ...ก็ได้ครับ ..แต่ทั้งบ่อต้องไม่ค่อยมีใครตกร่วมกับเรา และปลาต้องแน่นบ่อมากๆ แต่ถ้าไม่เป็นเช่นนั้น..จำเป็นต้องอ่อยครับ ในเมื่อบ่อกว้าง คนอื่นๆเขาก็ตกปลาเกล็ดเหมือนๆเรา ที่ใหนมีอาหารเยอะ กลิ่นแรงๆ ดึงดูดปลา ปลามันก็สนใจที่จุดนั้น
การอ่อยคือนำเหยื่อปลาเกล็ดที่เตรียมมาเทใส่ภาชนะ แล้วผสมกับน้ำ แล้วคนให้เข้ากัน เหลวๆ เทสาดไปบริเวณที่เราต้องการลงเหยื่อหุ้มขอเบ็ด เหยื่อเหลวๆจะฟุ้งกระจายออกไป กลิ่นเหยื่อจะเรียกปลาสนใจในบริเวณตรงนี้ จากนั้นเราค่อยผสมเหยื่อปลาเกล็ดใหม่ โดยเทใส่ภาชนะค่อยๆผสมน้ำทีละนิด ใช้มือค่อยๆขยำนวดเบาๆ เทน้ำทีละนิดนวดไปทีละหน่อย จนได้เหยื่อนวดที่นิ่มมากๆแต่ไม่ต้องถึงกับแฉะ นำมาหุ้มที่ขอเบ็ด วิธีการหุ้มที่ขอเบ็ดของผม โดยการตกด้วยตัวเบ็ดสองตัว ในช่วงแรกๆ จะใช้เหยื่อก้อนใหญ่กว่านิ้วโป้งมาก หวังให้เป็นการอ่อยและล่อปลาก่อน หลังจากที่แน่ใจว่าปลาเข้ามากินเหยื่อแน่นอนแล้ว จากการสังเกตุจี้ และการตอบสนองของทุ่น ผมถึงจะลดขนาดก้อนเหยื่อลงมาให้เล็กลงปรกติขนาดนิ้วก้อย แต่ถ้าปลาเข้าตั้งแต่อ่อยครั้งแรกจากการสังเกตุว่ามีจี้หรือพรายน้ำ ก็อาจใช้เหยื่อขนาดเล็กๆธรรมดาๆ หลังจากนั่งตกไปซักพัก ถ้าปลาเริ่มเงียบ ก็ใช้ก้อนเหยื่อขนาดหุ้มขอเบ็ดดีดไปที่บริเวณลงเหยื่อใว้ เพื่อกระตุ้นอ่อยให้ปลาเข้ามาใหม่
การหุ้มอาหารที่ขอเบ็ด ผมจะหยิบเหยื่อนวดขึ้นมาหุ้มที่สายหลีดก่อนให้มันเป็นก้อนและสายหลีดอยู่กึ่งกลางพอดี แล้วรูดลงมาที่ขอเบ็ดให้ส่วนก้นขอเบ็ดอยู่ด้านล่างเหยื่อ ยังไงก็เป็นวิธีของผมเป็นเหตุผลส่วนตัวครับ แต่ตัวท่านจะหุ้ม
เทคนิคการวางเหยื่อ

ในบ่อตกปลา สภาพพื้นบ่อจะมีลักษณะเป็นดินเลนเสียส่วนมากต่างกันเพียงแค่ระดับความลึกของบ่อ การที่เราจะตกปลาเกล็ดขึ้นมา นอกจากเลือกการวางเหยื่อนวดที่ระดับหน้าดิน และเหยื่อลอยในน้ำแล้ว ต้องทำให้ปลารู้สึกไม่ระแวงที่จะเข้ามากินอาหาร ต้องจัดปลายสายเหมาะสม สามารถแสดงให้รู้ว่าปลากำลังกินเหยื่อ เพื่อการดักวัดขอเบ็ดให้ติดปากก่อนที่ปลาจะผละหนีทิ้ง ไม่สนใจเหยื่อ ... ผมออกตัวก่อนว่าวิธีหลักๆเหล่านี้ ผมก็เรียนรู้จากนักตกปลาท่านอื่นๆและอ่านจากสื่อต่างๆมาเหมือนกัน ไม่ได้คิดเอาเอง เพียงแต่ผมเรียกตามสภาพ และตามประสบการณ์ส่วนตัวผมเอง คงไม่มีใครมาตัดสินผมว่าผิด และผมคงไปตัดสินใครว่าผิดไม่ได้เช่นกันครับ ขอให้ท่านคิดพลิกแพลงเรียนรู้ทดลองด้วยตนเอง วิธีตกปลาไม่มีกฏเกณฑ์...แต่ควรมีหลักการเหตุและผลอธิบายให้เพื่อนๆเข้าใจได้ครับ
ขอละใว้ในฐานที่เข้าใจเกี่ยวกับการผูกเงื่อนต่างๆนะครับ คิดว่าคงรู้วิธีกันแล้ว ทั้งเงื่อนผูกขอเบ็ด เงื่อนผูกลุกหมุน เงื่อนสตอปเปอร์ เงื่อนผูกปลายคันชิงหลิว(ศึกษาได้จากบทความของพี่ครีบเหลือง

วิธีตะกั่วแตะหน้าดิน (ตกแบบไม้ตาย :คุณชาย ชัยภูมิ...วารสารท่องเที่ยวตกปลา ----- เป็นนักเขียนที่ผมศรัทธามากเพราะอธิบายวิธีตกปลาแบบนี้ได้ชัดแจ๋วแจ่มมากๆครับ เมื่อก่อนผมยังไม่เข้าใจว่าถ่วงทุ่นระดับใหนถึงดี เพราะผมใช้ทุ่นเล็กมาตลอดทุกหมาย บ่อตกปลาก็ไม่ถ่วงพอไปอ่างก็ถ่วงตะกั่วเม็ด แค่นี้ ไม่รู้และไม่เคยวัดน้ำหนักเลยครับ ผมก็พึ่งเข้าใจ ..ขอคารวะอีกทีครับ)

- ขั้นแรกประกอบสายเมนกับคันชิงหลิว ทุ่นชิงหลิวและไลน์สตอปเปอร์ตั้งความลึกใว้แค่ศอกเดียวพอครับ ถ้าใช้ทุ่นชิงหลิวแบบขอทุ่นเป็นลุกหมุน ระยะสตอปเปอร์ตัวบน-ล่าง ให้ห่างครึ่งเซนต์ แล้วก็ผูกลูกหมุนที่ปลายสาย ยังไม่ต้องผูกสายหลีดขอเบ็ด
- ลองหย่อนลงน้ำ ดูว่าทุ่นจมลงหรือลอยน้ำ
- ถ้าหากทุ่นลอยน้ำ เอาขึ้นมาใหม่ ใช้ตะกั่วแผ่น ไม่มีก็ใช้ตะกั่วฟิวส์พันเหนื่อลูกหมุน ขนาดน้ำหนักตะกั่วกะให้ทุ่นจมได้
- ลองหย่อนลงน้ำอีกรอบ คราวนี้ดูว่าทุ่นจมเร็วหรือไม่ ถ้าจมเร็ว เอาขึ้นมาใหม่ ค่อยๆตัดตะกั่วออกทีละนิด แล้วหย่อนลงน้ำใหม่ ทำจนกว่าทุ่นจมลงน้ำช้าๆ
- ประกอบสายหลีดที่ลูกหมุน ใช้สายหลีดขอเบ็ดตัวเดียว หรือสายหลีดขอเบ็ดสองตัวตามชอบครับ อย่าให้สายหลีดยาวมากเกิน ยิ่งสั้น ความรู้สึกตอนเหยื่อถูกกระทำยิ่งส่งผลมาถึงตัวทุ่นใว จากนั้นก็หุ้มเหยื่อนวด แล้วทำการเซทระดับน้ำ ..โดย
... ทำการตั้งความลึกสตอปเปอร์กับระดับความลึกของบ่อ ณ.หมายที่ลงเหยื่อ การเซทระดับความลึก ปลายทุ่นชิงหลิว ต้องให้สายเมนจากทุ่นมาถึงปลายคันเป็นอิสระ ไม่ใช้คันเป็นตัวดึงให้ทุ่นตั้ง เซทใว้ที่ระดับข้อสีแดงปลายสุด หนึ่งข้อสี (ขึ้นอยู่กับลักษณะทุ่นชิงหลิว ) แต่การตกด้วยวิธีตะกั่วแตะพื้น มักนิยมทุ่นชิงหลิวขนาดเล็กๆ กับบ่อที่ไม่มีปลาเล็กรบกวน ถ้าปลาเล็กเยอะให้เปลี่ยนทุ่นใหญ่ขึ้นแล้วก็ถ่วงตะกั่วทำแบบเดียวกัน ทุ่นชิงหลิวเล็กๆเหมาะกับระดับน้ำไม่ลึก ถ้าระดับน้ำลึกๆก็เปลี่ยนเป็นทุ่นชิงหลิวใหญ่
วิธีกึ่งสายหลีดตั้ง _ใช้ตัวเบ็ดสองตัว

วิธีนี้ มันทำให้ทุ่นสื่อสารออกมาได้ใวกว่าวิธีแรก เหมาะสำหรับปลาบ่อใซส์โต ปลาเล็กค่อนข้างมีน้อย ยิ่งถ้าเป็นบ่อปลาทับทิมใซส์โตๆ วิธีนี้เหมาะสมกว่าวิธีตะกั่วแตะหน้าดิน สำหรับปลาที่เล็มเหยื่อเบาๆ นิ่มๆ
...โดยบังคับให้สายหลีดขอเบ็ดเส้นนึงตั้งตรง แต่อีกเส้นหนึ่งจะกึ่งนอน ลักษณะออกเฉียงแต่เรียบหน้าดิน เป็นวิธีที่ผมชอบใช้ที่สุดกับหมายที่ตอเยอะปลาหน้าดินที่ต้องชิงวัดเบ็ดอย่างรวดเร็ว
วิธีเซทปลายสาย โดยใช้ทุ่นขนาดกลางเล็กขึ้นไป ถ่วงด้วยตะกั่วฟิวส์ แต่ตอนนี้ยังไม่ต้องผูกสายหลีด ให้ตั้งสตอปเปอร์ระดับตื้นๆก่อนสักศอกเดียว ลองโยนลงน้ำดู ให้ทุ่นมันตั้ง จมแค่ตัวทุ่นถึงข้อสีโคนทุ่น ข้อเดียว แต่โผล่หางทุ่นทั้งหมด(ถ้าตั้งข้อสีสูงกว่านี้ ตอนที่ประกอบสายหลีด ขอเบ็ด และเหยื่อ ...เชื่อใหมว่า ทุ่นจม/ถอน สปีดช้ากว่าการตั้งข้อสีเหนือตัวทุ่นข้อเดียว ตอนยังไม่ผูกตัวเบ็ด.....ไม่เชื่อ ..ลองดูได้ครับ อิอิอิ.....
ผูกสายหลีดขอเบ็ดเส้นแรกยาวซัก 8 cm แล้วผูกสายหลีดขอเบ็ดอีกเส้นหนึ่งยาว 13 cm แล้วแต่เห็นสมควรครับ แต่ต้องยาวต่างกันประมาณเลยๆ 1ใน3 นิหน่อย .......
ทดลองดูเองครับ บางครั้งยาวกว่านี้ก็ได้ ขึ้นอยู่กับความต้องการให้สายหลีดนอนมากน้อย (ความยาวสายหลีดขึ้นอยู่กับ ขนาดทุ่น การถ่วงทุ่น ความลึกของหมาย สภาพหมาย เพื่อเลือกให้สายหลีดวางในลักษณะนอนเอนมาก----น้อย ...เมื่อเหยื่อนวดลงแตะหน้าดิน สายหลีดสั้นจะเป็นตัวตั้งทุ่นจากน้ำหนักเหยื่อนวด ส่วนสายหลีดอีกเส้นจะยาววางสายแบบนอนเอียง ตั้งทุ่นที่ข้อสีข้อที่สองถ้าหากเป็นทุ่นกลางเล็ก หรือตั้งที่ข้อสีแดงระดับที่สอง ถ้าใช้ทุ่นจีนแบบยาว



การวางเหยื่อเรี่ยๆหน้าดิน
ใช้การเซททุ่นเหมือนวิธีเหยื่อกึ่งนอน เพียงแต่เปลี่ยนทุ่นใหญ่ขึ้นมานิดนึง เปลี่ยนเหยื่อนวดที่สายหลีดสั้น มาเป็นเหยื่อที่เบาๆเช่น ใข่มด กุ้ง ขนมปังชิ้นเล็กๆ หรือเหยื่อนวดก้อนเล็กมากๆประมาณเม็ดถั่ว ขอเบ็ดเบอร์เล็ก

ผมชอบใช้กับอ่างเก็บน้ำแถวสปินเวย์ และเห็นที่ลำปาง(อ.เถิน)กับคนตกชิงหลิวหาปลา ไม่ใช่แบบกีฬา ..แบบชาวบ้านนั่นแหละครับ..... โดยเขาจะใช้สายแดรกคอนแทนสายเอ็นเป็นสายหลีดสั้นเส้นที่เกี่ยวกุ้งลอยเรี่ยหน้าดิน ผมเคยถามว่าทำไม เขาว่ามันพริ้วดี แปลกดีครับ ผมว่าเขาไม่รู้ว่ามันไปเหมือนเทคนิคคาตะสุราชิ(น่ากินเนาะ อิอิ ) ของนักตกปลาเฮระญี่ปุ่นเข้าโดยบังเอิญหรืออย่างไร ไม่รู้......เหยื่อที่ใช้กับสายหลีดเรี่ยๆหน้าดิน บางครั้งใช้เหยื่อนวดบ้าง กุ้งบ้าง ใส้เดือนแดงบ้าง ได้ผลเร็วมากถ้าใช้กุ้งกับปลานิลตัวโตตามอ่างเก็บน้ำ วิธีนี้พลิกแพลงนิดเดียวจากวิธีสายหลีดกึ่งตั้งกึ่งนอนเท่านั้นครับ

วันพุธที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2556

เทคนิคการตกกุ้ง(ขั้นพื้นฐาน)


สวัสดีครับ ผู้อ่านทุกท่านในฉบับนี้ผู้เขียนก็ได้นำเอาเรื่องของเทคนิคการตกกุ้งมาฝากกันครับ

ประเภทเหยื่อที่ใช้

    ปูนาสองกระดองหรือเรียกอีกอย่างว่าปูนิ่ม (หายากและกุ้งจะกินดีช่วงสีน้ำออกขุ่นแดงเท่านั้น)
ไส้เดือน แดง ไส้เดือนไส้ตัน (ไส้เดือนน้ำ)

    กุ้งฝอยก่อนจะเกี่ยวเบ็ดต้องบี้หัวกุ้งให้มันๆแตกจะได้ช่วยเพิ่มกลิ่น
เนื้อปลาช่อนให้เอามาหันเป็นเส้นๆยาวพอดีตัวเบ็ด

    หัวใจไก่เอามาหั่นเป็นเส้นเหมือนกัน แล้วซื้อเลือดวัวมาแช่หมักไว้ใส่เกลือป่นนิดหน่อยตอนเอาไปตกก็แช่น้ำแข็งไปด้วยจะได้ไม่เสีย
ใช้กุ้งทะเลจำพวกกุ้งเปลือกบางๆหรือกุ้งแช่บ๊วยตัวเล็กก็ได้


เทคนิคการตกกุ้ง(ขั้นพื้นฐาน)

    กุ้งเป็นสัตว์ที่ไม่ค่อยชอบแสง กลางวันจะอยู่ในระดับน้ำที่ลึก และมีที่กำบังหลบเช่น ตอไม้ใต้น้ำ โคนเสาบ้าน หรือที่มีกิ่งไม้มาถับถมกันมากๆ

    พอตกกลางคืนจะว่ายขึ้นมาหากินตามชายตลิ่ง
    วิธีการตกกุ้งแบบง่ายๆสายเอ็นไม่ควรเกิน8ปอนด์ เราต้องคอยเปลี่ยนตะกั่วน้ำหนักขนาดขึ้นอยู่กับกระแสน้ำถ้าน้ำไหลเบาแต่ใช้ตะกั่วใหญ่เวลากุ้งกินก็
จะไม่รู้เรื่องครับคันเบ็ดควรเป็นคันที่อ่อน หน่อย เมื่อเราหย่อนเหยื่อถึงพื้นแล้วต้องคอยสังเกตุปลายคันเวลามีกุ้งกินปลายคัน จะกระตุกนิดเดียวหรือจะค่อยๆโน้มลงมา
ถ้าปลายคันแข็งจะไม่ค่อย รู้เรื่องต้องอาศัยยกคันบ่อยๆ(ผมเรียกแบบนี้ว่ายกมั่วๆ)เมื่อมีกุ้งติดเบ็ด แล้วห้ามวัดนะครับหมุนรอกขึ้นมาเรื่อยๆก็พอแล้ว
ถ้ามีกุ้งอยู่บริเวณนั้นจะกินเหยื่อเร็วมากครับแบบ ว่าหย่อนเหยื่อถึงพื้นแถบจะกินทันที่เราต้องยกคันบ่อยๆข้อสำคัญถ้าน้ำไม่ไหล กุ้งจะไม่ค่อยกินเหยื่อ
หากหาตัวเบ็ดตกกกุ้งไม่ได้ใช้ตัวเบ็ดเบอร์1 หรือ เบอร์2 แทนก็ได้แต่ถ้าเอาจริงๆแล้วจะสู้ตัวเบ็ดกุ้งโดยตรงไม่ได้
    การตกกุ้งแบบเดินตกโดยไม่ใช้เรือแบบนี้จะค่อนข้างเสียเปรียบเพราะกุ้งจะไม่ค่อยเดินออกจากถิ่นที่ซ่อนตัวเท่าไร
การตกแบบนี้เราควรที่จะเลือกทำเลที่เป็น เสาสพาน แนวเขื่อนกันตลิ่ง ถ้ามีตัวกุ้งอยู่จะจับเหยื่อเดินเข้าหาที่ซ่อนทันที
    โดยเราต้งคอยสังเกตุจากปลายคันที่ค่อยๆงุ้มลงไปก็ได้ หรือ ยกบ่อยๆก็ได้ถ้ากระแสน้ำไหลดี
กุ้งจะกินเหยื่อไม่ดีเลยก็คือช่วงน้ำลงมากจนสุดๆ กับ กระแสน้ำแรงมากๆ และน้ำตาย(น้ำไม่ไหล)
พอเราตกกุ้งจนหมดตัวแล้วก็ย้ายแหล่งทำเลใหม่ได้เลยซึ่งจะลำบากกว่าพวกมีเรือซึ่งจะย้ายหาหมายได้ง่ายกว่า
    ถ้าเราตกกุ้งตอนกลางวันควรจะหาทำเลที่น้ำลึก ถ้ากลางคืนก็ตกในที่ตื้นได้กุ้งจะขึ้นมาหากินไม่อยู่ในที่ลึก

    สำหรับการเลือกคันตกกุ้งเราควรจะใช้คันตีเหยื่อปลอมอ่อนๆก็ได้ หรือคันสปินเล็ก แต่อย่าให้อ่อนมากๆไม่ดีเวลาเจอกุ้งกร้ามจะเอาไม่ค่อยอยู่ดีดเข้าตอหมด

วันอังคารที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2556

เทคนิคการตกปลากระสูบ


สวัสดีครับในฉบับนี้ผมก็ได้นำเรื่องของเทคนิคการตกปลากระสูบมาฝากกันนะครับ

    ปลากระสูบ เป็นปลาที่มีลักษณะลำตัวค่อนข้างแบน รูปร่างจะคล้ายๆปลาตะเพียน เพราะเป็นปลาในสายวงศ์เดียวกัน ว่ายน้ำได้รวดเร็ว ชอบไล่จับปลาขนาดเล็ก ปลากระสูบเป็นปลา สกุลหนึ่งที่มีการกระจายพันธุ์แทบทุกภาคของประเทศ โดยสามารถพบได้ทั้งในบริเวณที่เป็นแหล่ง น้ำนิ่งและเป็นแหล่งน้ำไหล แม้แต่ในบริเวณที่เป็นลำธารตื้นๆ ที่ไหลมาจากน้ำตก ปลากระสูบที่พบในแหล่งน้ำธรรมชาติในบ้านเรามีด้วยกัน 3 ชนิด โดยวันนี้ผมจะบอกกล่าวเรื่องสายพันธุ์แบบคร่าวๆ นะครับสำหรับท่านไหนที่ต้องการทราบแบบละเอียดๆ ก็ลองค้นหาข้อมูลมาอ่านกันดูนะครับ สำหรับชนิดของปลากระสูบที่พบในประเทศมีด้วยกันดังต่อไปนี้ครับ
กระสูบขีด
กรสูบจุด
กระสูบพม่า
    อย่าง ที่ได้บอกไปแล้วนะครับปลากระสูบเป็นปลาที่มีวิวัฒนาการจากปลากินพืชมาเป็น ปลาล่าเหยื่อ โดยปลากระสูบจะมีการเข้าฝูงกันและช่วยกันจับเหยื่อ ปลาโดยส่วนใหญ่จะเป็นปลากระสูบที่มีขนาดเล็ก เพราะเมื่อปลากระสูบมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นปลากระสูบก็จะแยกฝูงครับ (คล้าย ๆ ดังแล้วแยกวง) จะเริ่มออกล่าเหยื่อเพียงลำพัง โดยปลากระสูบเมื่อเติบโตเต็มที่จะมีความยาวลำตัวประมาณ 40 เซนติเมตรเลยทีเดียว และเมื่อโตเต็มที่จะมีน้ำหนักได้ถึง 45 กิโลกรัม เลยทีเดียว ถึงตอนนี้เรามาลองดูกันดีกว่าว่าถ้าเราจะออกไปตกปลากระสูบนั้นเราควรเตรียม อะไรกันไปบ้าง

อุปกรณ์ในการตกปลากระสูบ

คันเบ็ดและรอก ใช้ได้ทั้งชุดสปินนิ่งและเบทคาสติ้ง มีแบบไหนลองเอาไปใช้กันดูแล้วกันนะครับ ขนาดปานกลางขึ้นไป
สายเอ็น เลือกใช้ได้ตั้งแต่ 8 - 16 ปอนด์
ลีดเดอร์ ใช้สายเอ็นไนลอนธรรมดาขนาดใหญ่กว่า สายเอ็น 1 - 2 เท่า


เหยื่อ

เหยื่อที่ใช้ ในการตกปลากระสูบนั้นสามารถใช้ได้หลายชนิดครับ ไม่ว่าจะเป็น ไส้เดือน กุ้ง ปลาเล็ก เหยื่อสดพวกนี้สามารถนำมาใช้ได้หมดครับ แต่เหยื่อที่ใช้แล้วได้ผลมากขึ้นก็คือ เหยื่อ ลูกปลาตะเพียน ลูกปลาสร้อยตัวเล็กๆ ปลาซิวแก้ว เป็นต้น สำหรับเหยื่อที่นักตกปลานิยมใช้งานและใช้แล้วได้ผลมากที่สุด ก็คือ เหยื่อปลอมจำพวก สปินเนอร์ สปูน และปลาปลอม

วิธีการตกปลากระสูบ

เมื่อ อุปกรณ์พร้อม เรามาดูกันว่าเราจะทำยังไงตกปลาที่ไหนถึงจะมีโอกาสได้ตัวใต้น้ำกัน อย่างที่บอกไปแล้วนะครับปลากระสูบเป็นปลาล่าเหยื่อซึ่งจะไล่ลูกปลา โดยปลากระสูบเองมักจะไล่เหยื่อจากใต้น้ำ เราเลยขอแนะนำการตกปลากระสูบแบบง่าย ๆ คือการปล่อยเหยื่อลงไปให้ถึงพื้นเลยนะครับ จะปล่อยลงไปตรง ๆ ก็ได้ เมื่อตีเหยื่อออกไปแล้วให้เราทนรอ ให้เหยื่อจมลงไปในน้ำสักระดับหนึ่ง จากนั้นก็ให้ลากเหยื่อมาด้วยความเร็ว ถ้าบริเวณนั้นมีปลากระสูบอยู่ละก็บอกได้เลยครับว่าโอกาสมีสูง แล้วถ้าที่หมายนั้นมีปลากระสูบไล่ลูกปลาอยู่แล้วละก็ให้เราตีเหยื่อได้เลย บริเวณที่ปลากระสูบกำลังไล่เหยื่อ จากนั้นรอให้เหยื่อจมแล้วลากกลับมาครับ แบบนี้จะมีโอกาสสูงขึ้นไปอีกเพราะเป็นเวลาที่ปลากระสูบตื่นตัวทำให้ปลากระสูบมาไล่เหยื่อเราแล้วก็ฮุบเหยื่อในที่สุดครับ



เทคนิคการตกปลาล่าเหยื่อ - การตกปลาชะโด



สวัสดีครับผู้อ่านทุกท่าน...สำหรับในฉบับก่อนผู้เขียนก็ได้นำเอาเรื่องของการเลือกใช้เหยื่อปลอมขั้นต้นมาฝากให้ผู้อ่านทุกท่านได้ศึกษาเกี่ยวกับแอคชั่นของเหยื่อในรูปแบบต่างๆในฉบับนี้ผู้เขียนก็ได้นำเอาเรื่องของเทคนิคการตกปลาล่าเหยื่อ - การตกปลาชะโดมาฝากกันครับ  สำหรับการตกปลาชะโดเองก็มีวิธีการตกด้วยกัน 3วิธี ดังต่อไปนี้
  3 วิธีใน การตีชะโด ดังนี้
ตีสุ่ม หรือ ตีปลาสุ่ม
ตีปลาจิบ
ตีปลาครอก หรือ ตีแม่ครอก
   การตีปลาสุ่ม ก็หมายความตามคำว่า สุ่ม นั่นแหละครับ คือตีไปเรื่อยๆ โดยที่เราเอง ก็ไม่รู้หรอกว่า ปลามันอยู่ไหน มันจะชาร์ทเหยื่อเมื่อไหร่ แต่โดยนิสัย ของชะโดแล้ว มันจะชอบ ซุ่มอยู่ตาม ตอไม้ พงไม้ พงหญ้า กอบัว ริมตลิ่ง เมื่อมันเจอเหยื่อ ผ่านมา มันจะพุ่งเข้าใส่ทันที ทำให้นักตกปลา ตีชะโดส่วนมาก จะเหวี่ยงเหยื่อ เข้าไปตามจุดต่างๆ ดังที่กล่าวมานั้น
การตีปลาจิบ ก็คือ การเฝ้ามอง จุดๆหนึ่ง ที่ชะโดลอยตัว ขึ้นมาจิบอากาศเหนือผิวน้ำ ก่อนทีจะม้วนตัวดำดิ่ง ลงสู่พื้นล่าง สิ่งที่เกิดจาก การจิบอากาศ คือวงกระเพื่อม เป็นวงกลม ของผิวน้ำ ทำให้ นักตกปลา รับรู้ถึงจุด ที่ปลาอยู่
การตีปลาแม่ครอก ก็คือ การตกปลาแม่และพ่อ ชะโด ที่มันกำลัง เลี้ยงลูกๆ หรือ พาลูกๆ ตัวแดงๆของมัน ออกไปหาอาหาร นั่นแหละครับ
ทีนี้ มาพูดถึง ประเภทเหยื่อ ที่นิยมใช้ ตกปลาชะโดกัน นะครับ
เหยื่อตีชะโด หลักๆแล้ว แบ่งได้ดังนี้
เหยื่อผิวน้ำ เช่น กบกระโดด เหยื่อใบพัด ป๊อปเปอร์ buzz bait .....
เหยื่อดำน้ำ หรือที่เรียกกันสั้นๆว่า เหยื่อดำ ซึ่งก็จะแบ่งเป็น ดำตื้น ดำลึก

    การตีปลาสุ่ม ด้วยเหยื่อผิวน้ำ เหยื่อผิวน้ำ โดยรวม ความหมายก็คือ เวลาที่เราใช้งานเหยื่อเหล่านี้ มันจะสร้างแอ็คชั่น อยู่บนน้ำครับ (ถ้าเราไม่กรอมันกลับ มันก็อาจจะค่อยๆจมหายไป หรือลอยอยู่ แล้วแต่เหยื่อที่ผลิตออกมา เหยื่อบางเจ้า จะเขียนติดไว้ครับ ว่า เป็น float หรือ sink) การตีเหยื่อสุ่ม มักจะตีเข้าหาหมาย หรือจุดหมาย ที่นักตกปลา คาดคะเนว่า ตรงนั้น ตรงนี้ น่าจะมีปลา ดักรอล่าเหยื่ออยู่ หมายส่วนมากแล้ว จะอยู่ชิด ติดกับ ตอไม้ พงหญ้า ขอบตลิ่ง ซึ่งถือเป็นสวะ ที่พลาดพลั้ง ตีเกินเลย หรือแม้แต่จงใจ ตีเหยื่อล้วงเข้าไป กลางอุปสรรคเหล่านั้น ก็อาจทำให้ ตัวเบ็ดของเหยื่อ เกาะเกี่ยวได้ง่ายๆ เหยื่อที่นิยมใช้กัน จึงเป็นเหยื่อ ประเภท กบกระโดด เหยื่อติดใบพัด หรือ เหยื่อที่มีลักษณะคล้ายๆกัน และมีเพียงตะขอ 2 ทาง อยู่ส่วนท้ายเท่านั้น บางครั้ง นักตกปลา ก็ได้เสริมตัวกันสวะเข้าไป ที่ตัวเบ็ด เพื่อให้ปัญหา ตัวเบ็ดไปเกาะเกี่ยวอุปสรรค ลดน้อยลงไป ข้อดี หลักๆ ของเหยื่อประเภทนี้ ก็คือ โอกาส ติดสวะ หรืออุปสรรค มีน้อย และเวลาที่ปลา ฮุบเหยื่อแล้ว โอกาสได้ปลา ก็มีสูง
    การตีปลาจิบ ด้วยเหยื่อดำน้ำ
จริงๆแล้ว การตีปลาจิบ ใช่ว่าจะใช้เหยื่อผิวน้ำไม่ได้นะครับ ใช้ได้เหมือนกัน แล้วแต่สถานที่ หมายถึง บางเขื่อน บางอ่าง ใช้เหยื่อผิวน้ำ ตีปลาจิบ มันไม่ชายตาแลเลย ก็ต้องเป็นงานของเหยื่อดำครับ
ดำตื้น สังเกตได้จาก ลิ้นที่ปากเหยื่อ จะสั้นๆ ดำลึก สังเกตได้จาก ลิ้นที่ปากเหยื่อจะค่อนข้างยาว
เมื่อไหร่ ต้องใช้ ดำลึก เมื่อไหร่ ต้องใช้ดำตื้น ก็ง่ายๆครับ ถ้าน้ำตื้น ก็ใช้ดำตื้น ตัวดำตื้นนี้ ใช้ตีปลาจิบ ใกล้ๆฝั่งได้ครับ ส่วนดำลึก ก็ใช้ตีปลาจิบ บริเวณน้ำลึกครับ

เทคนิค ประกอบการลากเหยื่อ และสร้างแอ็คชั่น ให้กับเหยื่อเบื้องต้น

    เหยื่อผิวน้ำ เวลาที่ตีเหยื่ออกไป ถึงจุดหมาย หยุดเหยื่อให้ตกกระทบกับผิวน้ำแล้ว มี 2 ทางเลือก
กรอกลับทันที เหยื่อกระทบผิวน้ำ แป๊ะ!! กรอกลับอย่างเร็ว ในช่วง 1 วินาทีแรก แล้วผ่อนให้ช้าลงนิดหน่อยหลังจากนั้น ในหลายช่วง หลายจังหวะ การลากเหยื่อ อาจเพิ่มแอ็คชั่นให้กับเหยื่อ โดยการเจิร์คบ้าง Jerk ก็คือ การสบัดปลายคันเบ็ดขึ้นๆลงๆ เพื่อให้เกิดแรงกระชากตรงตัวเหยื่อ ผันแปร ไม่สมำเสมอ
หยุดเหยื่ออยู่ตรงนั้น แล้วค่อยๆ เจิร์คตวัดปลายคัน ให้หัวเหยื่อคะมำขึ้นๆลงๆ ค่อยๆขยับมาเรื่อยในช่วง 1-3 วินาทีแรก แล้วค่อยกรอกลับ เทคนิคนี้ จะใช้ได้กับพวกเหยื่อที่ไม่จมน้ำครับ
    เหยื่อดำน้ำ ตีปลาจิบ การตีปลาจิบ ก็คือ การเฝ้ารอจังหวะ ปลาขึ้นมาจิบอากาศ หลังจากเหยื่อตกกระทบผิวน้ำ ให้กรอกลับทันที หมุนเร็วๆในช่วงวินาทีแรก เพื่อให้เหยื่อดำดิ่ง ลงไปสู่ จุดสุดของสเปคเหยื่อแต่ละแบบ แล้วผ่อนเพื่อให้เหยื่อ ได้ออกแอ็คชั่น ( อาการดีดดิ้น ยักย้าย ส่ายสะโพก) การตีปลาจิบนั้น ว่ากันว่า ให้ตีดักหน้า เวลาปลาจิบน้ำ แล้วมันจะดำดิ่ง ลงพื้นล่าง ในทางปฏิบัติแล้ว ทำได้ยากครับ ง่ายๆเลยก็คือ มันจิบตรงไหน ก็เหวี่ยงเหยื่อไปตรงจุดนั้นแหละครับ ดีที่สุดคือ เหวี่ยงให้เลยจุดจิบ ไปสักหน่อยถ้าทำได้ ก็จะช่วยเพิ่ม การบล็อคทิศทางได้อีก
    การตีแม่ครอก โดยรวมแล้ว ก็ใช้ทั้ง 2 แบบด้านบนครับ การตีแม่ครอก มีทั้ง 2 รสชาดคละเคล้ากันไป คือ ตูม!! ตั้งแต่ไม้แรกๆ หรือ ยังไม่ถึง 10 ไม้ หรือ ตามตี ตามกดดัน จนคนตีเองท้อ ขอยอมแพ้ ทำไมบางคนจึงพูดว่า ตีแม่ครอก แค่ลากเหยื่อผ่านมันก็กัดแล้ว บางคนบอกไม่จริงหรอก ผมตามตีเป็นครึ่งค่อนวัน มันยังไม่กัดเลย
นี่เป็นเพียงข้อสันนิฐาน จากประสบการณ์ผมนะครับ ไม่มีข้อมูล หลักวิชาการ ใดๆมายืนยัน ผมสันนิฐานว่า
ตูม !! แน่ตั้งแต่ไม้แรกๆ ถ้า ปลาครอกนั้น เป็นครอกใหม่ๆ เล็กๆ ที่ยังไม่มีใครไปกวนมัน สรุปก็คือ มันยังไม่มีประสบการณ์ การโดนล่า เพราะมันรู้เพียงว่า พวกมันคือผู้ล่า
ตูม!! เหมือนกัน แต่กว่ามันจะกัดเหยื่อ ก็นานเกือบท้อ แน่นอนว่า ครอกนี้ มันเคยเจอ เคยถูกล่ามาแล้ว อาจจะโดน นักล่าผู้ใจดี ตีเอามันไปถ่ายรูปมาแล้ว แต่หลังจากที่ โดนตี โดนตามกดดันนานๆ ด้วยความที่มัน ต้องปกป้องสิ่งที่มันรัก ไม่ให้ผองภัย ภยันตรายๆ มากล้ำกรายลูกๆของมัน จนมันเกิดความเครียดอย่างมาก สังเกตได้จาก เริมมีการ ขึ้นน้ำขู่ ขึ้นจิบน้ำแรงๆ หลายครั้ง เอาหางฟาดเหยื่อบ้าง จนในที่สุด ความเครียดคงจะกลายเป็น ขาดสติ งับเหยื่อจนได้
บทความที่ เขียนถึง การตีแม่ครอก สมาชิกที่อ่านแล้ว กรุณาอย่านำไปขยายความใดๆนะครับ อ่านเพื่อบันเทิงเชิงความรู้ก็พอ ส่วนควรจะ หรือไม่ควรจะตีปลาแม่ครอกนั้น ขอให้เป็นวิจารณญาณของแต่ละบุคคล อย่าได้นำมากล่าวเพื่อ ถกเถียง โต้แย้ง ในกระทู้นี้เลยนะครับ
ชุดอุปกรณ์ ที่ใช้ ใช้ได้ทั้ง ชุดสปินนิ่ง และ ชุด เบทคาสติ้ง แล้วแต่ความถนัด และทุนเงินในกระเป๋าครับ ผมเริ่ม ตีชะโดด้วยชุด สปินนิ่ง คัน 8 ฟุต 2 ท่อน รอก BG 10 ซึ่งผมมีใช้ ตกปลาเกร็ดอยู่แล้ว เสียเงินเพิ่ม ก็ตรงที่สาย ไดนีม่า เท่านั้นครับ จนวันเวลาผ่านไป ผมจึงได้ซื้อ อุปกรณ์อื่นๆเพิ่มเข้ามา
คันแข็ง คันอ่อน ตกปลาได้ไหมครับ ได้ทั้งนั้นแหละครับ โอกาสปลา ฮุบเหยื่อก็เหมือนกันครับ จะต่างกันที่
    ความแม่นยำ และระยะของการส่งเหยื่อ
    การเซ็ตฮุค หรือการวัดเบ็ด แน่นอนว่า คันที่แข็งกว่า ย่อมให้แรงกระชาก จากปลายคัน ถึงตัวเบ็ดได้รุนแรงกว่า ส่งผลให้ คันเบ็ดอ่อน โอกาสปลาหลุดมากกว่า เนื่องจาก แรงกระชากเวลา วัดเบ็ด ไม่รุนแรงพอ ที่จะดึงคมเบ็ดให้ฝังลงในผิวเนื้อปลาได้ รวมทั้ง คันแข็ง สามารถงัดบังคับทิศทางปลาได้ดีกว่าคันอ่อน โอกาสที่ ปลาจะมุดลงไปติดกิ่งไม้ ตอไม้ จึงมีน้อยกว่า เพราะเวลาที่เราสู้กับปลาเกมส์เหล่านี้ มันแค่อึดใจเดียวครับ
เทคนิคการ เล็กๆ น้อย แต่มีผล ต่อการได้ตัวครับ
    ก่อนตีเหยื่อ เช็คเบรคให้แน่ใจ ว่าปิดเบรคแน่นพอรึยัง
    เวลาปลาเข้าชาร์ทเหยื่อ บอกกับตัวเองไว้เลยว่า ตูม! ก็จะไม่สดุ้ง ท่องไว้เลยครับ ตูม... ตึง.... ตวัด....
ถ้าปลาชาร์ทเหยื่อ ตูม แต่เราไม่รับรู้ถึงอาการตึง ที่แขน ก็คือ มันชาร์ทพลาด ให้เจิร์คเหยื่อเบาๆ เหมือนกับ เหยื่อกระโดดหนี มันจะตาม ชาร์ทอีก ตูม! ถ้ารับรู้ว่า ตึงที่มือ ให้ตวัดทันที หมุนให้ไว สายตึงอีกครั้ง วัดสวนให้ดังฉึกๆ ถ้าถึงขนาด ลากเบรคออก ปรื๊ดๆ หาโอกาส เซ็ตฮุคอีกที เอาให้อุ่นใจ ในวินาทีนั้น หมุนให้ไว งัดปลาให้ขึ้นสู่ผิวน้ำให้ได้ แต่อย่างัดให้หัวปลา โผล่พ้นผิวน้ำขึ้นมาเด็ดขาด โอกาสที่ปลาจะสะบัดหลุดมีสูง


วันอาทิตย์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2556

การเลือกใช้เหยื่อปลอมขั้นต้น

    สวัสดีครับ วันนี้ผู้เขียนจะมาพูดถึงการจำแนกเหยื่อปลอมออกเป็นประเภทต่างๆ ตามลักษณะรูปร่างและการใช้งาน ของเหยื่อปลอมแต่ละประเภท และ วิธีการสร้างแอ็คชั่นของเหยื่อแต่ละประเภทกันครับ บางท่านเดินเข้าร้านอุปกรณ์ตกปลาที่ตาลายครับ เหยื่อมีรูปทรงแปลกประหลาดมากมาย กว่าจะเลือกได้ก็แทบแย่ วันนี้ผมเอาข้อมูลของเหยื่อที่เราๆมักต้องใช้กันบ่อยๆมาฝากกันครับ  เผื่อโอกาสหน้าหากน้าๆจะเลือกซื้อเหยื่อปลอมซักตัวจะได้เลือกอย่างที่ต้องการครับ
เหยื่อปลอมที่ใช้สำหรับตกปลา ที่แบ่งตามลักษณะรูปร่างของเหยื่อการจะสามารถจัดแบ่งออกเป็นดังนี้ นะครับ
1.        Jigs  (เหยื่อจิ๊ก )
2.        Spinners  (เหยื่อสปินเนอร์)
3.        Spoons   (เหยื่อสปูน )
4.        Soft plastic baits  (เหยื่ปลอมประเภท เหยื่อยางต่างๆ)
5.        Plugs  ( เหยื่อไวเบรกชั่นปลั๊ก )
6.        Spinerbaits, Buzzbaits  (เหยื่อสปินเนอร์เบท หรือ บัซเบท )
7.        Top Water  ( เหยื่อประเภท POPPER หรือ เหยื่อปลั๊กผิวน้ำ)
8.        Flies  (เหยื่อฟิน หรือ เหยื่อฟลาย

   
  และถ้าเราจะแบ่งเหยื่อปลอมตามแอ็คชั่นของเหยื่อ เราก็จะได้ 
    3 ลักษณะครับ ได้แก่
     1. เหยื่อผิวน้ำ
     2. เหยื่อกลางน้ำ
     3. เหยื่อจม หรือ เหยื่อดำลึก






1.        เหยื่อผิวน้ำ : เหยื่อชนิดนี้เป็นเหยื่อประเภทที่ใช้วิ่งบนผิวน้ำด้วยการตีเหยื่อเข้าไปยังจุดที่คิดว่ามีตัวปลาอยู่แล้วลากเหยื่อมาตามผิวน้ำ เหยื่อประเภทนี้ใช้ได้ดีกับ ปลากะพง ปลาช่อน ชะโด และกระสูบ โดยเหยื่อประเภทนี้จะมีขนาดเล็กใหญ่แตกต่างกันไปตามลักษณะของปลาที่เราตก และ มักใช้งานในหมายที่มีน้ำโล่งจะทำให้ออกแอ็คชั่นของเหยื่อได้อย่างสมบูรณ์ยิ่งขึ้น เหยือ่จำพวกผิวน้ำได้แก่ POPPER และ เหนือ่ปลั๊กผิวน้ำ และเหยื่อจำพวกกบไม้
       การตกแต่งเพิ่มเติม สำหรับเหยื่อ ผิวน้ำในบ้านเราที่เห็นกันบ่อยๆ ก็จะเป็นจำพวก เหยื่อกบปลอม หรือ เหยื่อ ปลั๊กผิวน้า เหยื่อทั้ง 2 แบบนี้เราสามารถติดใบพัด เพื่อเพิ่มแรงสั่นสะเทือนเวลาลากเหยื่อมากบนผิวน้ำได้อีกด้วยครับ (ขนาดของใบพัดขึ้นอยู่กลับขนาดของตัวเหยื่อครับ )
วิธีสร้างแอ็คชั่นให้เหยื่อประเภทนี้ คือ หากเป็นจำพวก POPPER เราสามารถลากเหยื่อมา และ กระตุกปลายคันหนักๆ เพื่อให้ปากของเหยื่อ ตีหรือกระทบกับผิวน้ำให้เกิดเสียงดัง
แต่หากใช้เหยื่อจำพวกกบ ที่ไม่ติดใบพัด เราสามารถลากเหยื่อมาตรงๆหรือ ลากมาและกระตุกปลาคันเป็นช่วงๆ เพื่อให้ ปากเหยื่อผลุบๆโผล่ๆบนผิวน้ำ เพื่อเรียกร้องความสนใจของปลานักล่า



2.         เหยื่อกลางน้ำ : เหยื่อชนิดนี้จะเป็นการเลียนแบบปลาขนาดเล็กซึ่งใช้การสร้างแอ็คชั่นให้มีความคลายคลึงกับการว่ายของปลาที่บาดเจ็บหรือใกล้ตาย  ส่วนมากจะเป็นเหยื่อประเภท แช็ทแหล็บ หรือ มินนาว หรือ ไวเบรกชั่น (หรือที่บ้านเราเรียกว่าเหยือ ปลากระดี่ ) และ จำพวก สปินเนอร์ ตัวเล็กๆเป็นต้นครับ
วิธีสร้างแอ็คชั่นให้เหยื่อประเภทนี้ คือ ลากมา ช้าสลับกับลากเร็ว และอาจกระตุกปลายคันบ้างสลับกันไปครับ จะไดเหมือนลูกปลาเล็กบาดเจ็บหนักใกล้จะตายแล้วครับ
เหยื่อประเภทนี้ ใช้ได้ดี กับปลานิล ปลาบู่ ปลาช่อน และ กระสูบ




 3.        เหยื่อดำลึก หรือ เหยื่อจม: เหยื่อประเภทนี้ เป็นบางแบบจะมีลักษณะภายนอกเหมือนกับเหยื่อประเภทดำตื้นแต่มีความสามารถในการดำได้ลึกกว่า และเหยื่อประเภทนี้จะเป็นพวก เหยื่อปลั๊กดำลึก , เหยื่อเพนซิลจม (ลักษณะเหมือนแท่งดินสอ)  , สปูน หรือพวกเหยื่อลิ้นเหล็กหรือพวกเหยื่อลิ้นใหญ่ๆ  เป็นต้นครับ
เหยื่อจมนี้ มักมี แอ็คชั่นที่จะแสดงออก ขณะที่เหยื่อค่อยๆจมลงสู่หน้าดิน บางตัวจะมีแอ็คชั่นการจม แบบค่อยๆทิ้งดิ่งลงมาและหมุนควงเหมือนลูกปลาบาดเจ็บ ครับ หรือ บางตัวจะเป็นลักษณะการลาก ยิ่งลากเร็วเหยื่อจะยิ่งจมลึกลงเรื่อยๆครับ
วิธีสร้างแอ็คชั่นให้เหยื่อประเภทนี้ จะมี2 แบบครับ คือ หากเป็นพวก สปูน หรือ ปลั๊กดำลึก ให้ลากมาตรงๆ ช้าสลับเร็ว หรือ ลากมาที่จังหวะปกติก็ได้ครับ
 หากเป็นเหยื่อจมพวก เพนซิลจม เหยื่อพวกนี้มักมีวิธีจมเป็นเอกลักษณ์  โดยทั่วไป เมื่อเหยื่อค่อยๆลงสู่ผิวน้ำด้วยแอ็คชั่นส่วนตัว ตามแต่ละญี่ห้อแล้ว เราอาจกระตุกปลายคันให้เหยื่อ ขึ้นๆลงๆที่หน้าดินซักครู่ และ ก็ค่อยๆลากมา สลับกับการกระตุกคันครับ
เหยื่อประเภทนี้ ก็ใช้ได้ดี กับพวก ปลากะพง และ ปลาชะโด กุเลา ปลากราย ครับ
ภาพแสดงแอ็คชั่นเหยื่อใต้น้ำแบบต่างๆครับ



ในฉบับก่อนผู้เขียนก้อได้นำเอาเรื่องของเทคนิคพื้นฐานการใช้เหยื่อผิวน้ำมาฝากกัน   สำหรับฉบับนี้ผู้เขียนก้อได้นำ
เอาเรื่องของการเลือกใช้เหยื่อปลอมขั้นต้นมาให้ได้ศึกษากันครับ   ในฉบับนี้ผู้ขียนก้อขอพอแค่นี้ก่อนเอาไว้พบกันใหม่ในฉบับหน้า  สวัสดีครับ  

วันศุกร์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2556

เทคนิคพื้นฐานการใช้เหยื่อผิวน้ำ(topwater)


  ในตอนนี้ ยังคงเป็นเนื้อหาเกี๋ยวกับ เหยื่อ topwater ที่แนะนำให้ใช้ในฤดูร้อนนี้ เริ่มจาก


       เพนซิล เบท เหยื่อที่ถูกสร้างขึ้นมาให้มีแอ็คฌั่นแบบจูงหมาเดิน เหยื่อนี้ หากกรอเข้าเฉยๆ เหยื่อก็จะมาตรงๆเหมือนกับไม่มีแอ็คฌั่นอะไร แต่พอลองกระตุกและปล่อยหย่อนเบาๆดู ก็จะเกิดแอ็คฌั่นแบบจูงหมาเดินขึ้น


                       เหยื่อเพนซิลเบทนี้มี 2 แบบ คือ แบบที่ลอยในแนวตั้ง เหยื่อจะสไลด์ซ้าย-ขวาอย่างแคบๆ เมื่อหยุดหัวเหยื่อจะ     กระดกขึ้นพ้นน้ำ เหมาะกับการตกแบบเล็งเข้าตำแหน่ง เช่น ปลาจิบ ฯลฯ ส่วนแบบลอยขนานไปกับผิวน้ำ การสไลด์ตัวของเหยื่อจะกว้างกว่า เหมาะกับการตีกวาดหาปลาในพื้นที่กว้าง เช่น ตกกระสูบหน้าแนวสาหร่าย ตกกุเราในบ่อกว้างๆ ฯลฯ

       



        ป๊อปเปอร์ ในจำนวนเหยื่อ topwater ทั้งหลาย เหยื่อที่สามารถเร้าให้กัดได้มากที่สุดในยามที่ปลาเอื่อยเฉื่อยก็คือเหยื่อป๊อปเปอร์ ด้วยฝอยน้ำที่แตกกระจาย หรือเสียงป๊อป จะเป็นเหมือนสวิทช์ไปเปิดความรู้สึกอยากล่าให้กับปลาล่าเหยื่อ






 
       เหยื่อป๊อปเปอร์ ก็มีอยู่ 2 แบบเช่นกัน คือ แบบพ่นออกเป็นฝอยน้ำกระจาย แบบนี้ เป็นการเลียนแบบลักษณะฝอยน้ำที่เกิดจากการแตกตื่นของปลาเหยื่อ เหมาะที่จะใช้ตอนที่ปลาอยู่ในช่วงเวลาการล่าเพื่อหาอาหาร ส่วนแบบสร้างเสียงป๊อป เป็นเสียงเลียนแบบเสียงการล่าของปลาอื่น ทำให้ปลาเกิดการตื่นตัวและอยากล่า









       สวิชเชอร์ เป็นเหยื่อที่เหมาะกับภาวะที่ผิวน้ำมีคลื่น ด้วยเสียงจี๊ดถี่ของใบพัดเล็กๆจะทำให้ปลารู้สึกถึงตำแหน่งของเหยื่อ และเข้าโจมตีเหยื่อได้อย่างแม่มยำ

 



       เหยื่อสวิชเชอร์ มี 2 แบบ คือแบบที่เป็น ใบพัดคู่ แบบนี้ ให้กรอเหยื่อเข้ามาเฉยๆ หรืออาจเจิร์คกระชากเหยื่อให้พุ่งเพื่อเป็นการเร้าให้ปลาเกิดอารมณ์อยากกัด ส่วนแบบใบพัดเดี่ยวจะใช้การเจิร์คเพื่อให้เกิดลีลาจูงหมาเดิน เสียงจากใบพัดท้ายเหยื่อจะเป็นตัวปลุกเร้าอารมณ์ปลา




       บัซเบท เป็นเหยื่ออีกอย่างที่ยั่วปลาให้โมโหแล้วเกิดอารมณ์อยากกัด และตัวความที่มีบอดี้ก้านลวดที่คล้ายกับสปินเนอร์เบท ก็ทำให้ตัวเบ็ดของเหยื่อไม่ค่อยจะติดตอ เพราะบอดี้ก้านลวดก็จะทำหน้าที่เป็นการ์ดกันติดได้ในระดับหนึ่งเช่นกัน

 

       เหยื่อบัซเบท ก็แบ่งออกเป็น 2 แบบ คือแบบที่ใบพัดควงไปทางซ้าย และใบพัดควงไปทางขวา ให้จำไว้ว่าตัวเหยื่อจะถูกจูงไปทางฝั่งตรงข้ามของการควงใบพัดเสมอ และข้อสำคัญในการใช้เหยื่อบัซเบทคือ ให้กรอเหยื่อทันทีที่เหยื่อถึงผิวน้ำ เพราะไม่เช่นนั้นเหยื่อจะจมลงไม่เกิดแอ็คฌั่นดึงดูดปลาล่าเหยื่อ




ในฉบับนี้ผู้เขียนก้อได้นำเทคนิคในการใช้เหยื่อมาให้ศึกษากัน   หวังว่าจะถูกใจผู้อ่านทุกท่านนะครับ

เทคนิคแนะนำการตกปลาบึ






ภาพที่ 1
เทคนิคการตกปลาเบื้องต้น 
   ตกปลาโดยขนมปังป่น ตกปลาโดยขนมปังขอบ วิธีการผูกเบ็ด
การตกปลาที่บึงสำราญ ฟิชชิ่ง ปาร์ค มีปลาให้เลือกตก มากมายหลายชนิด
ในที่นี้ จะแนะนำเฉพาะการตกปลาหนัง (ปลาบึก สวย เทพา) เท่านั้น
ข้อแนะนำเหล่านี้ เป็นเพียงแค่การชี้แนะ สำหรับนักตกปลา ที่ยังไม่เคยตกปลาบึงสำราญมาก่อน สำหรับผู้ที่มีความชำนาญอยู่แล้ว อาจนำไป ประยุกต์เพิ่มเติมกับประสบการณ์ของตนเองได้
วิเคราะห์เหยื่อ
เหยื่อตกปลาของบึงสำราญ ที่ได้รับความนิยม มี 2 ชนิดคือ  1. ขนมปังป่น    2. ขนมปังขอบ
 1. การใช้ขนมปังป่น
ขนมปังป่น ที่บึงสำราญจำหน่าย ถุงละ 50 บาท ตกได้ทั้งวัน การตกขนมปังป่น มี 2 วิธีคือ
      1.1 ตกหน้าดิน  การตกหน้าดิน ด้วยขนมปังป่นของบึงสำราญ ไม่ค่อยนิยมยามนัก แต่มีนักตกปลาบางกลุ่ม นิยมใช้อยู่เหมือนกัน 
      เมื่อตีเหยื่อ ตกลงผิวน้ำ จนกระทั่งเหยื่อ จมลงถึงหน้าดิน ต้องใช้เวลานานพอสมควร (ในกรณีไม่ถ่วงตะกั่ว) หากเหยื่อแห้งมาก หรือ ไม่ผสมน้ำเลย เหยื่อจะเริ่มแตกตัวออก เมื่อกระทบผิวน้ำ ในขณะจมลง ต้องแน่ใจว่า ขนมปังป่น จะยังพอมีเหลือ ติดตะกร้อ อยู่บ้าง เพื่อให้มีขนมปังกองอยู่ใกล้ๆ กับตัวเบ็ด
     ในกรณีผสมน้ำ หรือ กะทิ เพื่อให้เหยื่อเหนียวขึ้น ต้องไม่ให้เหยื่อเหนียวเกินไป จนไม่แตกออกมาเมื่อจมลงหน้าดิน ถ้าเหยื่อไม่แตกตัวออกมาจากตะกร้อ ปลาจะไม่กิน ฉะนั้น การผสมน้ำลงขนมปังป่น มี 2 วิธีคือ อย่าผสมจนเหนียว แค่พอชื้นๆ แตกตัวบ้าง หรือ ผสมจนแฉะ เพื่อให้เหยื่อกระจายทันที เมื่อตกลงผิวน้ำ และจมลงไปในทิศทางเดียวกันกับตะกร้อ
    1.2  ตกด้วยทุ่น โดยใช้ขนมปังป่น หลักการคล้ายๆ กับการตกปลาหน้าดิน แต่ควรผสมกะทิ ให้เหยื่อเหนียวพอสมควร  (อย่าให้เหนียวมาก) เพื่อไม่ให้ เหยื่อแตกตัวมากเกินไป  กะว่า ให้ขนมปังสามารถแตกตัวได้อย่างช้าๆ และต่อเนื่อง  
2. การใช้ขนมปังขอบ
     ขนมปังขอบ  จำหน่ายถังละ 50 บาท ตกได้ทั้งวัน  
   ขนมปังขอบผสมกะทิ เป็นสูตรที่นิยมใช้กันทั่วไป  กับนักตกปลาบึงสำราญ โดยมีวิธีการดังนี้
      2.1 การผสมเหยื่อ ตกปลาหน้าดิน
  มี 2 วิธี อยู่ที่ ปลากินช้า หรือ กินเร็ว
                     ในช่วงที่ปลาไม่ค่อยกินเบ็ด ต้องตีเหยื่อที่มีความแฉะ มากๆ หมายถึงแฉะมาก  แต่ไม่มากขนาด ตีเหยื่อแล้ว ไปแตกกลางอากาศ เอาฉแะพอตีเหยื่อได้ เมื่อเหยื่อตกลงผิวน้ำ เหยื่อจะแตกทันที เป็นปริมาณ มากกว่าครึ่ง และจมลงอย่างช้าๆ ในขณะนี้ ห้ามเก็บสายเด็ดขาด ปล่อยสายไปเรื่อยๆ เพราะ ตะกร้อ จะเบา เนื่องจากเหยื่อแตกออกไปมากแล้ว เมื่อตะกร้อถึงพื้นดิน เหยื่อที่แตกตัวในตอนแรกจะจมลง กระจายอยู่รอบๆ ตะกร้อนั่นเอง
                  ในช่วงที่ปลากินดี เราจะผสมกะทิน้อยมาก ให้เหยื่อพอปั้นใส่ตะกร้อแล้วบีบ ก็พอ เวลา ตกลงพื้นน้ำ เหยื่อจะแตกบางส่วน แต่จะลอยบนผิวน้ำ เนื่องจากขนมปังขอบแห้งและเบา เหยื่อส่วนที่เหลือ ติดตะกร้อจะจมลง และแตกออกอย่างรวดเร็ว บางส่วนก็จม บางส่วนก็ลอยขึ้นอย่างช้าๆ ทำให้ปลามารุม วิธีการนี้ ปลาจะกินเร็วมาก ถ้า 10 นาที ไม่กิน เก็บเบ็ดได้เลย
   2.2 การผสมเหยื่อตกทุ่น  ควรผสมกะทิ ให้เหยื่อค่อนข้างเหนียว เพื่อไม่ให้แตกตัวเร็วเกินไป แต่อย่าให้เหนียวมากจนเหยื่อไม่แตกตัวเลย เรื่อง ความเหนียวของเหยื่อ ต้องใช้ประสบการณ์ของผู้ตกเอง แต่ระลึกเสมอว่า เมื่อเหยื่อลอยอยู่ จะต้องแตกตัวออกมาอย่างช้าๆ
  วิธีการเหล่านี้ เป็นการแนะนำ คร่าวๆ สำหรับนักตกปลาที่ยังไม่เคยตกปลา ต้องขึ้นอยู่กับเทคนิคและวิธีการอื่นๆ อีกมากมาย เป็นองค์ประกอบ
สำหรับหัวเชื้อที่ผสม เพื่อให้ปลากินเร็วขึ้น โดยหัวเชื้อมีหลายชนิดให้เลือก แต่ส่วนใหญ่นิยมหัวเชื้อที่มีส่วนผสมของอาหารกุ้ง
การผูกเบ็ด

การตกหน้าดิน จะใช้ตระกร้อตายหรือตะกร้อวิ่ง ก็ได้  แล้วแต่ความถนัดของแต่ละคน
ความลึกของการตกทุ่น มีองค์ประกอบหลายอย่างต้องวิเคราะห์ แต่ถ้าท่านยังไม่เคยตก ให้กำหนดไว้ที่ 2 เมตรก่อน หากปลาไม่กิน ให้ลองปรับดูเรื่อยๆ ซึ่งแต่ละวันและ เวลา ปลาจะกินไม่เหมือนกัน
สำหรับฉบับนี้ผู้เขียนก้อนำมาฝากกันแค่พอหอมปากหอมคอกันก่อนนะครับไว้เจอกันใหม่ในฉบับหน้าครับ